GitHub vs GitLab ต่างกันตรงไหน เลือกเจ้าไหนดี ฟรีได้แค่ไหน
เทียบ GitHub กับ GitLab สำหรับนักศึกษาและนักพัฒนาไทย: โควตาฟรี นาที CI ราคาต่อคน เพดาน 5 คนของ GitLab.com และการติดตั้งบน VPS ของตัวเอง อ่านจากหน้าราคาของทั้งสองเจ้าเมื่อ 23 ต.ค. 2569
GitHub vs GitLab ต่างกันตรงไหนจริงๆ
GitHub vs GitLab ต่างกันน้อยกว่าที่หลายคนคิด ทั้งสองเจ้าเป็นที่เก็บโค้ด Git บนเว็บ และทั้งสองเจ้ามีระบบ CI/CD ในตัว คือ GitHub Actions กับ GitLab CI/CD ความต่างที่มีผลกับการตัดสินใจจริงมีสองเรื่อง เรื่องแรกคือโควตาฟรีและเงื่อนไขของแพ็กเกจฟรี เรื่องที่สองคือการติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง GitLab มีซอฟต์แวร์ให้ติดตั้งเองได้ ส่วนตัวติดตั้งเองของ GitHub คือ GitHub Enterprise Server ซึ่งอยู่ในแพ็กเกจ Enterprise
CI/CD ย่อมาจาก continuous integration และ continuous delivery หมายถึงระบบที่ build และ test โค้ดให้อัตโนมัติทุกครั้งที่คุณ push แล้วส่งงานต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ได้ งานแต่ละชิ้นรันบนเครื่องที่เรียกว่า runner ซึ่งจะเป็นเครื่องของผู้ให้บริการหรือเครื่องของคุณเองก็ได้
บทความนี้เขียนให้นักศึกษาและนักพัฒนาไทยที่กำลังเลือกที่เก็บโค้ด คำถามที่ควรถามตัวเองมีแค่นี้: ทีมมีกี่คน repo เป็น private หรือ public และจำเป็นต้องเก็บโค้ดไว้บนเครื่องของตัวเองหรือเปล่า ถ้ายังสับสนว่า Git กับ GitHub ต่างกันอย่างไร ให้อ่าน ความต่างระหว่าง Git, GitHub และ Git server ก่อน แล้วค่อยกลับมาที่นี่
ตัวเลขทุกตัวในบทความนี้อ่านจากหน้าราคาและหน้าเอกสารของผู้ให้บริการเมื่อ 23 ตุลาคม 2569 (ค.ศ. 2026) ราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ (USD) ตามที่หน้าเว็บแสดง เราไม่ได้แปลงเป็นเงินบาท เพราะอัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนทุกวัน ราคาและโควตาเปลี่ยนได้เสมอ ก่อนจ่ายเงินจริงให้เปิดหน้าราคาอ่านซ้ำอีกครั้ง
"GitHub ต้องใช้ CI ของคนอื่น" ยังจริงอยู่ไหม
ไม่จริงแล้ว คำแนะนำแบบนี้ยังเห็นได้ในกระทู้และบทความเก่า วันนี้เอกสารของ GitHub เองเรียก GitHub Actions ว่าเป็นแพลตฟอร์ม CI/CD คุณเขียน workflow เป็นไฟล์ YAML แล้วเก็บไว้ในโฟลเดอร์ .github/workflows ของ repo จากนั้น GitHub จะรัน workflow ให้ตามเหตุการณ์ที่คุณกำหนดไว้ในไฟล์
ฝั่ง GitLab ก็คล้ายกัน คุณเปิดใช้ CI/CD ด้วยการเพิ่มไฟล์ .gitlab-ci.yml ไว้ที่ root ของโปรเจกต์ ไม่ต้องสมัครบริการเพิ่ม
ทั้งสองแบบใช้ YAML แต่รูปแบบไฟล์ไม่เหมือนกัน ไฟล์ workflow ของ GitHub จึงเอาไปวางใน GitLab ตรงๆ ไม่ได้ และกลับกันก็เช่นกัน ถ้าวันหนึ่งคุณย้ายเจ้า ส่วนที่ต้องเขียนใหม่คือไฟล์ CI ตัวโค้ดและประวัติ commit ย้ายตามไปได้ทั้งหมด เพราะเป็น Git เหมือนกัน
GitHub Actions ยังให้คุณเลือกได้ว่าจะรันงานที่ไหน เอกสารของ GitHub บอกว่าถ้าต้องการระบบปฏิบัติการอื่น หรือต้องการฮาร์ดแวร์แบบเฉพาะ คุณรัน runner ของตัวเองได้ เรื่องนี้มีผลกับค่าใช้จ่ายมาก ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อการติดตั้งเอง
แพ็กเกจฟรีของ GitHub กับ GitLab ได้อะไรบ้าง
GitHub Free
หน้าราคาของ GitHub แสดง GitHub Free ไว้ที่ $0 ต่อเดือน สร้าง repo ได้ไม่จำกัดทั้ง public และ private และเพิ่ม collaborator ได้ไม่จำกัด เอกสารเรื่องแพ็กเกจของ GitHub เขียนละเอียดกว่านั้น: repo ที่เป็น public ได้ฟีเจอร์ครบ ส่วน repo ที่เป็น private ได้ฟีเจอร์ชุดที่ลดลง ถ้าคุณต้องการฟีเจอร์ใดเป็นพิเศษบน repo private ให้เปิดตารางเปรียบเทียบฟีเจอร์ที่หน้าราคาดูก่อน อย่าเดา
GitHub Free ได้นาที Actions 2,000 นาทีต่อเดือน และโควตานี้เริ่มนับใหม่ทุกต้นเดือน จุดที่หลายคนพลาดคือโควตานี้นับเฉพาะ repo private เพราะเอกสาร billing ของ GitHub บอกว่า runner มาตรฐานที่ GitHub ให้บริการใช้ฟรีกับ repo public ข้อยกเว้นคือ larger runner ซึ่งคิดเงินเสมอ แม้จะใช้กับ repo public
พื้นที่ GitHub Packages ของแพ็กเกจฟรีคือ 500 MB และ package ที่เป็น public ใช้ฟรี ควรรู้ไว้ด้วยว่าพื้นที่เก็บ artifact ของ Actions ใช้โควตาร่วมกับ Packages ถ้า workflow ของคุณเก็บไฟล์ build ไว้เยอะ โควตา 500 MB จะหมดเร็วกว่าที่คิด
GitLab.com Free
หน้าราคาของ GitLab แสดงแพ็กเกจ Free ไว้ที่ $0 ต่อคนต่อเดือน และสมัครได้โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ได้ compute minutes 400 นาทีต่อเดือน (compute minutes คือหน่วยที่ GitLab ใช้นับเวลารัน CI) และพื้นที่เก็บข้อมูล 10 GiB
เงื่อนไขที่สำคัญที่สุดของ GitLab.com Free คือเพดานจำนวนคน เอกสารของ GitLab บอกว่าคุณเพิ่มผู้ใช้ได้สูงสุด 5 คนใน top-level namespace ที่สร้างใหม่และตั้งค่าเป็น private บน GitLab.com (top-level namespace คือ group ระดับบนสุด ที่ project ทั้งหมดของทีมอยู่ข้างใต้) ถ้าเกิน 5 คน namespace นั้นจะกลายเป็นแบบอ่านอย่างเดียว ซึ่งหมายความว่าทีม push โค้ดใหม่ไม่ได้ เขียนไฟล์ LFS ไม่ได้ publish package ใหม่ไม่ได้ และ push image เข้า container registry ไม่ได้ เพดานนี้ใช้กับ GitLab.com แพ็กเกจ Free และใช้กับ group ที่เป็น private เท่านั้น
ข้อมูลเบื้องหลังแผนภูมินี้
[
{
"plan": "GitHub Free",
"minutes_per_month": "2,000"
},
{
"plan": "GitLab.com Free",
"minutes_per_month": "400"
},
{
"plan": "GitHub Team",
"minutes_per_month": "3,000"
},
{
"plan": "GitLab Premium",
"minutes_per_month": "10,000"
}
]ถ้าเทียบแบบฟรีต่อฟรี GitHub Free ได้ 2,000 นาที ส่วน GitLab.com Free ได้ 400 นาที สำหรับโปรเจกต์จบหรืองานส่วนตัวที่ test ไม่กี่นาทีต่อครั้ง ทั้งสองตัวเลขพอใช้ ถ้าทุก push ต้อง build Docker image หรือรัน test ชุดใหญ่ ให้คำนวณก่อนว่าเดือนหนึ่งใช้กี่นาที แล้วค่อยเลือก
ราคาแบบเสียเงิน และเชิงอรรถ "12 เดือนแรก" ของ GitHub
ข้อมูลเบื้องหลังแผนภูมินี้
[
{
"plan": "GitHub Team (12 \u0e40\u0e14\u0e37\u0e2d\u0e19\u0e41\u0e23\u0e01*)",
"usd_per_user_month": 4
},
{
"plan": "GitHub Enterprise (\u0e40\u0e23\u0e34\u0e48\u0e21\u0e15\u0e49\u0e19, 12 \u0e40\u0e14\u0e37\u0e2d\u0e19\u0e41\u0e23\u0e01*)",
"usd_per_user_month": 21
},
{
"plan": "GitLab Premium (\u0e08\u0e48\u0e32\u0e22\u0e23\u0e32\u0e22\u0e1b\u0e35)",
"usd_per_user_month": 29
}
]หน้าราคาของ GitHub แสดง GitHub Team ที่ $4 ต่อคนต่อเดือน และ GitHub Enterprise ที่เริ่มต้น $21 ต่อคนต่อเดือน ทั้งสองราคามีข้อความกำกับว่า "for the first 12 months*" คือราคาสำหรับ 12 เดือนแรก และมีเครื่องหมายดอกจันพาไปที่เชิงอรรถ
เราเปิดหน้านั้นหลายครั้งเมื่อ 23 ตุลาคม 2569 แต่ไม่พบข้อความของเชิงอรรถ เราจึงบอกไม่ได้ว่าหลังเดือนที่ 12 ราคาเป็นเท่าไร ใครบ้างที่ได้ราคานี้ และต้องจ่ายด้วยวิธีใด ก่อนวางงบให้ทีม ให้เปิด github.com/pricing ในเบราว์เซอร์ แล้วอ่านเชิงอรรถนั้นเอง อย่าเอา $4 ไปคูณ 12 เดือนแล้วถือว่าเป็นราคาทั้งปีตลอดไป
ฝั่ง GitLab หน้าราคาแสดง Premium ที่ $29 ต่อคนต่อเดือน โดยจ่ายเป็นรายปี ส่วน Ultimate หน้าเว็บให้ขอราคาแบบ custom ราคา Premium แบบติดตั้งเอง (Self-Managed) ก็แสดงที่ $29 ต่อคนต่อเดือนเช่นกัน
แพ็กเกจเสียเงินได้โควตาเพิ่ม GitHub Team ได้นาที Actions 3,000 นาทีต่อเดือน และ GitHub Enterprise Cloud ได้ 50,000 นาที ส่วน GitLab Premium ได้ 10,000 นาที Ultimate ได้ 50,000 นาที และทั้งสองแพ็กเกจของ GitLab ได้พื้นที่ 500 GiB
ตัวเลขต่อคนดูต่างกันมาก แต่ของที่ได้ไม่เท่ากัน ราคาต่อคนอย่างเดียวจึงตอบไม่ได้ว่าเจ้าไหนคุ้มกว่า ให้ดูว่าทีมของคุณต้องใช้ฟีเจอร์ไหนจริง แล้วเทียบเฉพาะแพ็กเกจที่มีฟีเจอร์นั้น
อยากติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง ต้องเลือกแบบไหน
GitLab: ติดตั้งเองได้ แต่กินเครื่อง
GitLab เป็นซอฟต์แวร์ที่คุณดาวน์โหลดมาติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองได้ เอกสารการติดตั้งมีแพ็กเกจ Linux สองตัว คือ gitlab-ee (Enterprise Edition) และ gitlab-ce (Community Edition) หลายคนยังเรียกตัวที่ติดตั้งฟรีว่า CE และหน้า Community Edition ของ GitLab เองก็บอกว่าคนยังใช้คำนี้กันทั่วไป
ตามหน้าเดียวกันนั้น CE กับ EE มาจาก codebase เดียวกันตั้งแต่ปี 2019 repo ของ CE เดิมตอนนี้เป็น mirror แบบอ่านอย่างเดียวชื่อ GitLab FOSS ที่ตัดโค้ดส่วน proprietary ออกไป แพ็กเกจ EE ก็รันด้วยฟีเจอร์ระดับ Free ได้เหมือนกัน ถ้าวันหนึ่งคุณอยากอัปเกรดไปใช้ฟีเจอร์แบบเสียเงิน เครื่องที่ติดตั้ง CE ไว้ต้องแปลงเป็น EE ก่อน การเริ่มจากแพ็กเกจ EE ตั้งแต่แรกจึงตัดขั้นตอนนี้ทิ้งไปได้
เรื่องที่ทำให้หลายคนเปลี่ยนใจคือสเปกเครื่อง เอกสาร requirements ของ GitLab บอกว่าการติดตั้งแบบเครื่องเดียว (single node) มีค่าพื้นฐานที่ 8 vCPU (virtual CPU คือ CPU ที่ VPS ได้รับแบ่งมา) และ RAM 16 GB ถ้าหน่วยความจำจำกัด GitLab รันได้ที่ RAM อย่างน้อย 8 GB และเอกสารแนะนำให้ปิด swap ถ้าทำได้ ในทางปฏิบัติ VPS ราคาถูกที่มี RAM 1 หรือ 2 GB จึงไม่พอสำหรับ GitLab
ถ้าคุณอยากมี Git server ของตัวเองแต่เครื่องเล็ก ยังมีทางเลือกอื่นอย่าง Forgejo และ Gitea เราเปรียบเทียบตัวเลือกเหล่านี้ไว้แล้วใน ตัวเลือก Git server ที่ติดตั้งเองบน VPS รวมถึงว่าแต่ละตัวต้องใช้เครื่องแค่ไหน
GitHub: ตัวติดตั้งเองอยู่ในแพ็กเกจ Enterprise
ตัวที่ GitHub ให้ติดตั้งเองคือ GitHub Enterprise Server หน้าราคาจัดไว้ในหมวด self-hosted deployment และเอกสารเรื่องแพ็กเกจบอกว่า GitHub Enterprise มีสองแบบให้เลือก คือ Enterprise Cloud และ Enterprise Server ที่คุณติดตั้งเอง สำหรับนักศึกษาหรือทีมเล็ก ทางนี้มักไม่ใช่ทางที่เหมาะ
ทางที่ใช้ได้จริงกว่าคือแบบผสม: เก็บโค้ดไว้บน GitHub แต่รันงาน CI บน VPS ของตัวเอง เอกสาร billing ของ GitHub บอกว่าการใช้ GitHub Actions บน self-hosted runner ไม่คิดเงิน ซึ่งหมายความว่างาน build ที่รันบนเครื่องของคุณไม่กินโควตา 2,000 นาทีของ repo private วิธีตั้งค่าอยู่ใน ติดตั้ง GitHub Actions runner บน VPS ของคุณเอง ข้อควรระวังหนึ่งข้อ: หน้า billing เดียวกันบอกว่า runner ที่รันผ่าน Actions Runner Controller (ARC) สำหรับ Copilot code review คิดอัตราต่างออกไป ถ้าคุณใช้ ARC ให้อ่านหน้านั้นก่อน
ฝั่ง GitLab.com ก็ต่อ runner ของตัวเองได้ แต่เอกสาร compute minutes ไม่ได้เขียนให้ชัดว่างานบน runner ของคุณเองนับโควตาหรือไม่ ถ้าแผนของคุณพึ่งเรื่องนี้ ให้เช็กกับ GitLab โดยตรงก่อน
โปรแกรมสำหรับนักศึกษา: เช็กสิทธิ์ก่อน อย่าเพิ่งนับว่าได้
GitHub มี GitHub Student Developer Pack ซึ่งเป็นชุดข้อเสนอจากบริษัทพาร์ตเนอร์ ผู้มีสิทธิ์คือนักศึกษาหรืออาจารย์ของสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง และสิทธิ์จะใช้ได้หลังผ่านการยืนยันตัวตน เอกสารของ GitHub บอกว่านักศึกษาที่ยืนยันแล้วใช้ Copilot ได้ฟรี ข้อเสนออื่นในชุดไม่ได้ฟรีทุกตัว หน้า Student Developer Pack บอกว่าบางตัวเป็นช่วงทดลองหรือเป็นส่วนลด และบางข้อเสนอมีเงื่อนไขอายุแยกของตัวเอง
GitLab for Education ทำงานคนละแบบ สิทธิ์นี้ให้กับสถาบัน ผู้สมัครต้องเป็นอาจารย์หรือเจ้าหน้าที่เต็มเวลาที่ใช้อีเมลโดเมนของสถาบัน สถาบันต้องได้รับการรับรอง ไม่แสวงหากำไร ออกวุฒิการศึกษา และเน้นการสอนเป็นหลัก สิ่งที่ได้คือ license GitLab Ultimate ฟรีแบบไม่จำกัดจำนวนที่นั่ง อายุ 1 ปีและต่ออายุทุกปี พร้อม compute minutes 50,000 นาทีต่อเดือน แต่ใช้ได้เฉพาะการเรียนการสอนและงานวิจัยที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์
ทั้งสองหน้าไม่ได้พูดถึงมหาวิทยาลัยในไทยโดยเฉพาะ ถ้าคุณเป็นนักศึกษา ให้สมัคร GitHub Education ด้วยตัวเองแล้วดูผลการยืนยัน ส่วน GitLab ให้ถามอาจารย์หรือคณะว่าสมัครไว้แล้วหรือยัง
ใครเป็นเจ้าของ GitHub และ GitLab
บางองค์กรมีนโยบายเรื่องผู้ให้บริการ จึงควรรู้ไว้ Microsoft ประกาศว่าซื้อกิจการ GitHub เสร็จสมบูรณ์เมื่อ 26 ตุลาคม 2018 (พ.ศ. 2561) ส่วนหน้าบริษัทของ GitLab บอกว่า GitLab Inc. เข้าตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ในปี 2021 ด้วยชื่อย่อ GTLB ทั้งสองแหล่งเล่าประวัติ และไม่ได้บอกว่าวันนี้ใครถือหุ้นอยู่ ถ้าเรื่องนี้มีผลกับการตัดสินใจขององค์กรคุณ ให้เช็กข้อมูลล่าสุดเอง
เลือก GitHub หรือ GitLab ดี ตามสถานการณ์ของคุณ
ทำงานคนเดียว หรือเป็นนักศึกษา
GitHub Free ตอบโจทย์ได้เกือบทั้งหมด repo private ไม่จำกัด เพิ่มเพื่อนร่วมโปรเจกต์ได้ไม่จำกัด และถ้า repo เป็น public งานบน runner มาตรฐานไม่กินโควตาเลย ถ้าเพิ่งเริ่มใช้ อ่าน บัญชี GitHub ฟรีให้อะไรคุณบ้าง ต่อได้ GitLab.com Free ก็ใช้ได้ดีเช่นกัน ถ้างานของคุณใช้ CI ไม่เกิน 400 นาทีต่อเดือน
ทีมตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป ทำงานบน repo private
ตรงนี้คือจุดที่สองเจ้าแยกทางกันชัดที่สุด บน GitLab.com Free group ระดับบนสุดที่เป็น private เพิ่มคนได้ 5 คน คนที่ 6 ทำให้ทั้ง namespace กลายเป็นอ่านอย่างเดียว ทีมจึงต้องเลือกระหว่างจ่าย Premium ที่ $29 ต่อคนต่อเดือน (จ่ายรายปี) หรือติดตั้ง GitLab เอง บน GitHub Free ทีม 6 คนยังทำงานบน repo private ได้ แต่จะได้ฟีเจอร์ชุดที่ลดลง ถ้าทีมต้องการฟีเจอร์ที่อยู่ในแพ็กเกจ Team ให้คำนวณจาก $4 ต่อคน และอย่าลืมอ่านเชิงอรรถ 12 เดือนแรก
ต้องเก็บโค้ดบนเครื่องของตัวเองเท่านั้น
ถ้ากฎขององค์กรหรือของลูกค้าบังคับให้โค้ดอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของคุณเอง GitLab แบบติดตั้งเองเป็นทางที่ตรงที่สุด จะใช้แพ็กเกจ EE ที่รันฟีเจอร์ระดับ Free หรือ CE ก็ได้ แต่ต้องเตรียม VPS ที่มี RAM ระดับ 16 GB ตามค่าพื้นฐานของเอกสาร ถ้างบไม่ถึง ให้ดู Forgejo หรือ Gitea ในบทความเปรียบเทียบที่ลิงก์ไว้ข้างบน ฝั่ง GitHub ทางที่โค้ดอยู่บนเครื่องคุณคือ GitHub Enterprise Server
ไม่ต้องเลือกแค่เจ้าเดียว: push โค้ดขึ้นทั้งสองที่
Git เป็นระบบแบบกระจาย repo หนึ่งตัวมี remote ได้หลายตัว คุณจึงเก็บโค้ดไว้บน GitHub และ GitLab พร้อมกันได้ เช่น เพิ่ม remote ชื่อ gitlab ด้วย git remote add แล้วสั่ง git push gitlab main ทุกครั้งที่ push ขึ้น GitHub คำสั่ง git remote -v จะแสดงว่าตอนนี้ repo ชี้ไปที่ไหนบ้าง
ข้อจำกัดคือ git push ส่งเฉพาะ commit กับ ref อย่าง branch และ tag ไม่ได้ส่ง issue หรือ pull request ไปด้วย และไฟล์ CI ของสองเจ้าต้องดูแลแยกกัน วิธีตั้งค่าแบบละเอียด รวมถึงการ push ขึ้น Git server ของคุณเองอีกปลายทาง อยู่ใน push โค้ดขึ้น GitHub และ Git server ของตัวเองพร้อมกัน แบบนี้ถ้าวันหนึ่งเงื่อนไขของเจ้าใดเปลี่ยน คุณมีสำเนาครบอยู่อีกที่แล้ว
FAQ
GitHub กับ GitLab แบบฟรี อันไหนให้เยอะกว่ากัน?
เมื่อ 23 ตุลาคม 2569 GitHub Free ให้นาที Actions 2,000 นาทีต่อเดือน repo private ไม่จำกัด และ collaborator ไม่จำกัด ส่วน GitLab.com Free ให้ compute minutes 400 นาทีต่อเดือน พื้นที่ 10 GiB และเพิ่มได้ 5 คนต่อ group ระดับบนสุดที่เป็น private สำหรับคนทำงานคนเดียว ทั้งสองเจ้าพอใช้ สำหรับทีมใหญ่บน repo private เพดาน 5 คนของ GitLab.com คือข้อที่ต้องคิดก่อน
GitHub มี CI/CD ในตัวไหม หรือต้องใช้บริการอื่น?
มีในตัว GitHub Actions เป็นแพลตฟอร์ม CI/CD ของ GitHub เอง คุณเขียน workflow เป็นไฟล์ YAML ไว้ในโฟลเดอร์ .github/workflows ของ repo ได้เลย ฝั่ง GitLab ใช้ไฟล์ .gitlab-ci.yml ที่ root ของโปรเจกต์ ทั้งสองเจ้ารันงานบนเครื่องของผู้ให้บริการหรือบน runner ของคุณเองได้
ติดตั้ง GitLab บน VPS ต้องใช้ RAM เท่าไร?
เอกสาร requirements ของ GitLab ให้ค่าพื้นฐานสำหรับการติดตั้งแบบเครื่องเดียวไว้ที่ 8 vCPU และ RAM 16 GB ถ้าหน่วยความจำจำกัด GitLab รันได้ที่ RAM อย่างน้อย 8 GB และควรปิด swap ถ้าทำได้ VPS ขนาด 1 ถึง 2 GB จึงไม่พอ ถ้าเครื่องเล็ก ให้ดู Forgejo หรือ Gitea แทน
ทีม 6 คนใช้ GitLab.com แบบฟรีบน repo private ได้ไหม?
ไม่ได้ ถ้าทุกคนอยู่ใน group ระดับบนสุดที่เป็น private เดียวกัน GitLab.com Free ให้เพิ่มได้ 5 คนต่อ namespace ระดับบนสุดที่สร้างใหม่และเป็น private ถ้าเกิน namespace จะกลายเป็นอ่านอย่างเดียว และ push โค้ดใหม่ไม่ได้ ทางออกคือจ่าย Premium หรือติดตั้ง GitLab บนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง group ที่เป็น public ไม่ติดเพดานนี้
นักศึกษาไทยได้สิทธิ์ฟรีจาก GitHub หรือ GitLab ไหม?
GitHub Student Developer Pack เปิดให้นักศึกษาของสถาบันที่ได้รับการรับรองสมัครเองและยืนยันตัวตน นักศึกษาที่ยืนยันแล้วใช้ Copilot ได้ฟรี แต่ข้อเสนออื่นในชุดไม่ได้ฟรีทุกตัว บางตัวเป็นช่วงทดลองหรือส่วนลด GitLab for Education ให้ license Ultimate กับสถาบัน โดยอาจารย์หรือเจ้าหน้าที่เต็มเวลาเป็นผู้สมัคร ทั้งสองหน้าไม่ได้ระบุมหาวิทยาลัยไทยรายแห่ง จึงต้องเช็กกับ GitHub Education และกับคณะของคุณเอง